“จอประสาทตาเสื่อม” ก่อนเวลาอันควร ภัยเงียบที่มากับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่

บทความ

โรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร ภัยเงียบที่มากับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่

ทุกวันนี้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวล้ำนำสมัยไปมาก อินเตอร์เน็ตก็มีความไวสูง ทำให้เราต้องใช้ชีวิตติดหน้าจอ เพื่อการเรียน การทำงาน การติดต่อสื่อสาร เล่นโซเชียล ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือค้นหาพิกัดแฟนว่าอยู่ตรงไหน

ทั้งหมดนี้ทำให้เราใช้เวลาบนหน้าจอเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ก็คงไม่มีผลอะไรมากมายต่อร่างกาย แต่ถ้าเราใช้ชีวิตติดหน้าจอเป็นเวลายาวนาน โรคจอประสาทตาเสื่อมมันจะมาเยือนก่อนเวลาอันควรอย่างแน่นอนครับ นอกจากการติดจอยังมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้จอประสาทตาเสื่อม เช่น อายุ กรรมพันธุ์ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน ตาได้รับแสงแดดอย่างเรื้อรัง สูบบุหรี่ กินเหล้า ขาดอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่

โรคจอประสาทตาเสื่อมนั้นมีทั้งหมด 2 ชนิด คือ

ชนิดเปียก หรือแบบเร็ว มักจะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วทันที เพราะจุดกลางรับภาพจอประสาทตาบวม มีหลอดเลือดผิดปกติที่งอกขึ้นใหม่ในผนังลูกตา หรือมีเลือดออกที่จอประสาทตา อาจตาบอดได้
ชนิดแห้ง เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด โดยเซลล์จอประสาทตาจะค่อยๆ เสื่อมไปอย่างช้าๆ การมองเห็นจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
อาการของโรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร

อาการที่มักจะเจอ ได้แก่

  • แพ้แสง
  • เห็นภาพเบี้ยว
  • ตาพร่ามัว
  • เห็นจุดดำกลางดวงตา
  • เห็นสีผิดเพี้ยน
  • ปกติแล้วมักเจอในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเราพบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุน้อยลง เนื่องจากการ
  • ใช้ชีวิตติดหน้าจอที่มากเกินไป

วิธีป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานการป้องกันโรคนี้อย่างแน่ชัด แต่อาจมีวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ดังนี้

  • พักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ
  • หมั่นตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
  • งดการสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • หมั่นออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือรังสี UV เป็นระยะเวลานาน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

วิธีเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางช่วยชะลอการเกิดโรคประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรได้เป็นอย่างดี

เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่เปราะบางและต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เริ่มต้นดูแลดวงตาวันนี้ ลดความเสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควรกันดีกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊กเพจ หมอแล็บแพนด้า