วิธีลดเสี่ยง เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง “โควิด-19”

บทความ

หากอยู่ในพื้นที่สีแดงอย่างเลี่ยงไม่ได้ จะมีวิธีลดความเสี่ยงติดโควิด-19 ให้มากที่สุดได้อย่างไร
โควิด-19 ยังอยู่กับเราถึงแม้จะเริ่มมีความหวังกับการมาถึงของวัคซีน แต่หากยังไม่ได้มีการฉีดวัคซีนกันอย่างแพร่หลาย และยังไม่ถึงเวลาที่วัคซีนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็ยังอาจเสี่ยงโควิด-19 กันได้อยู่ในตลอดทั้งปี 2021 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูง อาศัยหรือทำงานในพท้นที่สีแดง จะมีวิธีลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 อย่างไร

วิธีลดเสี่ยง เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง “โควิด-19”

เปิดหน้าต่างลดความเสี่ยง
WHO หรือองค์การอนามัยโลก แนะนำว่า การอยู่ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าพื้นที่ปิดอย่างห้องอะไรก็ตามที่ปิดหน้าต่างประตูตลอดเวลา เพราะอากาศและเชื้อไวรัสมีโอกาศที่จะวนเวียนอยู่ในห้อง จึงทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องปิดมีความเสี่ยงติดเชื้อมากกว่า หากจะเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ปิด ควรมีการเปิดประตูหน้าต่างบ้างเป็นระยะๆ

รวมกันเราเสี่ยง แยกหมู่เรารอด
ลืมความคิดที่ว่า “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย” ไปก่อน เพราะสำหรับสถานการณ์โควิด-19 แล้ว การแยกตัวออกมาจากกลุ่มคนหมู่มาก คือทางที่จะปลอดภัยจากการติดเชื้อมากที่สุด เพราะฉะนั้นให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า เช่น สั่ง/ซื้ออาหารมากินที่บ้านแทนการนั่งกินที่ร้าน ลดการใช้ขนส่งสาธารณะและใช้ยานพาหนะส่วนตัวมากขึ้น ลดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่มีคนรวมกันเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

ลดระยะเวลาในการพบปะผู้คนให้น้อยลง
ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องพบปะผู้คนเพื่อการทำงาน ลองหาทางพบปะผู้คนซึ่งๆ หน้าให้น้อยลงให้ได้มากที่สุด เช่น เปลี่ยนการประชุมให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด คุยกับเพื่อนและครอบครัวด้วยการโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลแทน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น แต่ก็อย่ากังวลกันจนเกินไป เมื่อไรก็ตามที่เรายังคงใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ ระหว่างวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย เมื่อนั้นเราก็ยังคงปลอดภัยจากโควิด-19 กันอยู่ จนกว่าจะถึงวันที่ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนจนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นมาได้ เมื่อนั้นวันที่เราจะใช้ชีวิตอย่างไร้หน้ากากอนามัยคงจะมาถึงในสักวัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก WHO