“ท้องบวม” กับสาเหตุที่แท้จริงที่มาจากพฤติกรรมกินอาหาร

บทความ

อาการท้องบวมอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งจากการมีลม มีน้ำ หรือมีก้อนผิดปกติภายในช่องท้อง ถ้าท้องบวมเกิดจากลมมักเกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ถ้าเกิดจากการมีน้ำเรียกว่าท้องมานซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติที่บ่งโรคเช่น ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ มะเร็งตับ ไตวาย ภาวะหัวใจวาย เป็นต้น ถ้าเป็นก้อนในท้องมักคลำเจอก้อนถ้าก้อนอยู่ลึกอาจคลำไม่พบก้อนแต่จะรู้สึกหนักๆแบบไม่สมดุล ดังนั้นหากมีอาการท้องบวมควรสังเกตุอาการและไปตรวจให้แน่ใจจะได้รับการรักษาหรือดูแลตัวเองได้เหมาะสม

อาการท้องบวม หน้าบวม ที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร อาจมีสาเหตุมาจาก “โซเดียม” ที่รับประทานมากเกินไป ซึ่งสามารถพบเจอได้ในเกลือ น้ำปลา ซอสมะเขือเทศ โชยุ และเครื่องปรุงที่มีรสเค็มอื่น ๆ รวมถึงอาหาร และขนมที่มีการปรุงรสอย่างขนมกรุบกรอบต่าง ๆ อีกด้วย

อาหารดีไม่ช่วยอะไร ถ้ายังเค็มอยู่

การกินอาหารแบบ DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension–Sodium เป็นวิธีการกินอาหารเพื่อลดโซเดียม รวมถึงความดันโลหิตในร่างกาย คือ การกินอาหารที่มีกากใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ แต่จากงานวิจัยพบว่า อาหารที่มีกากใยอาหารสูง ไขมันต่ำแบบนี้ หากรับประทานในปริมาณมาก อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอาการบวมในร่างกายได้ โดยเฉพาะท้อง โดยอาหารประเภทนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการบวมมากถึง 41% เมื่อเทียบกับอาหารที่มีกากใยอาหารต่ำ นอกจากนี้ผู้ชายยังมีความเสี่ยงเกิดอาการท้องบวมมากกว่าผู้หญิงอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อสืบสาวไปถึงต้นตอของปัญหา พบว่า การกินอาหารแบบ DASH ที่ไม่ได้ควบคุมปริมาณโซเดียม (กินผักผลไม้มากก็จริง แต่ก็ยังกินอาหารรสเค็ม ใส่เครื่องปรุงเยอะอยู่) ต่างหาก ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวม ดังนั้นต่อให้คุณรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากแค่ไหน แต่หากไม่จำกัดปริมาณโซเดียมที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อ แต่ละวัน คุณก็ยังเกิดอาการบวมตามร่างกายได้ หนำซ้ำยังเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคไตได้อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Harvard Health Publishing