ทำขนมได้ ไม่ต้องใช้เตาอบ แชร์ 7 สูตรขนมทำเองง่ายๆ

บทความ

วันนี้เรามีสูตรขนมอร่อยๆ มาฝาก แถมยังทำง่ายด้วย แล้วถ้าบ้านไหนไม่มีเตาอบ ไม่เป็นไร เพราะ 7 สูตรขนมที่เราหยิบมาแชร์ในวันนี้ ไม่ต้องใช้เตาอบ ก็สามารถเนรมิตขนมอร่อยๆ ออกมาได้แล้ว แถมใช้เวลาไม่นานด้วยนะ ก็ได้ขนมหวานอร่อยๆมาทานเเล้วค่ะ

Loading...

1. โอรีโอ้ชีสพาย

มาเริ่มกันที่เมนูแรก โอรีโอ้ชีสพาย เราเคยเห็นคนทำเมนูนี้ แบบไม่ใช่เตาอบอะ มัน amazing มาก ดูเหมือนเป็นเมนูที่ทำยากนะ แต่ไม่เลยค่ะ ไม่มีเตาอบก็สามารถทำทานกันเองได้ง่ายๆ เลย ความหวาน ละมุนของครีมชีส บวกกับความกรุบกรอบของโอริโอ้ อือหือ!! ฟินมาก ทุกอณูอัดแน่นไปด้วยโอรีโอ้ผสมผสานครีมชีสสุดหอมหวาน เราไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยดีกว่า!

ส่วนผสม

โอรีโอ้แถวยาว 5 ห่อ
เนยสดเค็ม 100 กรัม หรือ 1/2 ถ้วยตวง
ครีมชีส 500 กรัม หรือ 2 + 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายป่น 150 กรัม หรือ 3/4 ถ้วยตวง + 2 ช้อนชา
ผงเจลาติน 2 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนชา
น้ำสะอาด 5 ช้อนโต๊ะน้ำมะนาว 20 กรัม หรือ 2 ช้อน
โต๊ะวิปปิ้งครีม 200 กรัม หรือ 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1. เริ่มแรกแกะโอรีโอ้ 3 ห่อออก แล้วปาดเอาครีมตรงกลางของเขาออกไป เสร็จแล้วให้นำโอรีโอ้ใส่ถุงใสแล้วมัดปากถุงให้แน่น ทุบให้ละเอียด เสร็จแล้วเทใส่ชามไว้
2. จากนั้นนำเนยสดไปละลายให้เป็นน้ำ ( ใช้ไมโครเวฟ, เตาแก๊ส, ไดร์เป่าผมลมร้อนเป่าละลายเนยก็ได้ ) พอละลายแล้วนำเนยเทผสมกับโอรีโอ้ที่บดแล้วคลุกให้เข้ากัน
3. นำส่วนผสมโอรีโอ้ไปกรุลงในพิมพ์ขนาด 3 ปอนด์ ใช้ส้อมช่วยกด กดให้แน่นๆ เลยนะ เสร็จแล้วนำไปแช่เย็น 6 – 7 ชั่วโมง หรือทิ้งข้ามคืนไปเลยก็ได้ เมื่อครบเวลาก็นำออกมาจากตู้เย็น
4. เตรียมครีมชีส 2 กล่อง นำออกมาพักไว้ในอุณหภูมิห้อง ประมาณ 40 นาที แล้วนำไปตีด้วยความเร็วสูงให้ละเอียด ค่อย ๆ เติมน้ำตาลทรายลงไป ตีให้เข้ากัน
5. แล้วนำผงเจลาตินไปละลายกับน้ำสะอาด จากนั้นนำใส่หม้อตั้งไฟคนให้ละลายแล้วนำมาเทใส่อ่างผสมที่มีครีมชีส แล้วเติมน้ำมะนาวลงไปตีต่อให้เข้ากัน จากนั้นเติมวิปปิ้งครีมลงไป แล้วตีส่วนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
6. จากนั้นนำโอริโอ้ที่เหลือแกะห่อ แล้วหักโอรีโอ้เป็นชิ้นๆ ใส่ลงไป แล้วคลุกสักนิดนึง แล้วนำไปเทลงบนฐานที่เตรียมเอาไว้
7. โรยหน้าด้วยโอรีโอ้อีกหน่อย แช่ตู้เย็นต่ออีกประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็ตักทานได้เลยค่ะ

 

2. ช็อกโกแลตบราวนี่

ปกติเราจะเคยชินกับการทำบราวนี่โดยใช้เตาอบหรือไมโครเวฟ แต่รู้มั้ยว่า คนไม่มีเตาอบ ก็สามารถทำ ช็อกโกแลตบราวนี่ ได้เหมือนกัน! วันนี้เรามีสูตรง่ายๆ มาฝาก รับรองว่าเพื่อนๆ สามารถทำตามกันได้อย่างแน่นอน ความนุ่ม ความหวานกลมกล่อมของช็อกโกแลต บ่ต้องไปซื้อที่ร้าน ทำทานเองได้เลย ง่ายเวอร์!

ส่วนผสม

แครกเกอร์ 10 – 12 ชิ้น
นมข้นหวาน ¾ กระป๋องช็อกโกแลตชิพ ( ตามเท่าที่ต้องการ )
ผงโกโก้ถั่ว ( ตามเท่าที่ต้องการ )
เกลือ

วิธีทำ

1. เริ่มจากการบดแครกเกอร์ให้ละเอียดก่อนนะ จากนั้นให้บดถั่วแล้วใส่ลงไปผสมกัน
2. ใส่ผงโกโก้เข้าไปผสมและตามด้วยเกลือ 1 หยิบมือ ผสมให้เข้ากัน จากนั้นให้ใส่นมข้นหวานลงไป แล้วผสมให้เข้ากันอีกรอบ
3. พอส่วนผสมเริ่มเข้ากันได้ดีแล้ว ก็ให้ใส่ช็อกโกแลตที่ละลายแล้วลงไป จากนั้นก็คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอีก โดยให้ทั้งหมดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
4. จากนั้นให้ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในแม่พิมพ์ กดให้ส่วนผสมแน่นเป็นก้อนเดียวกัน
5. หากอยากโรยหน้า ก็ให้นำช็อกโกแลตไปละลาย แล้วราดลงไปบนหน้าบราวนี่ จากนั้นให้โรยถั่วให้ทั่ว นำไปเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ก็จะได้ช็อกโกแลตบราวนี่พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะซิส!

3. บานอฟฟี่พาย

เมนูที่ 3 บานอฟฟี่พาย นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูขนมหวาน ที่ทำง่ายมากๆ ไม่มีเตาอบ ก็ทำทานเองได้สบายๆ เป็นเมนูที่เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ดี เพราะมีรสหวานหอมอร่อย ส่วนผสมหลักๆ ที่ใช้ในเมนูบานอฟฟี่พาย คือ กล้วย ดังนั้นเพื่อนๆ จะได้รสสัมผัสของครีมนุ่มๆ ละมุนๆ บวกกับความหวาน ความนุ่มนิ่มของกล้วย อือหือ! แค่คิดก็ฟินแล้วอะ

ส่วนผสม

แครกเกอร์ หรือโอริโอ้คุ้กกี้ครีม ( แต่ถ้าเป็นโอริโอ้ให้แยกเอาใส่ออก )
เนยสดชนิดจืด 100 กรัม
น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
เกลือ 1 หยิบมือนมข้นหวาน ¾ กระป๋อง
กล้วยหอมสุก 3 ลูก

วิธีทำ

1. เราจะมาเริ่มจากการบดแครกเกอร์หรือโอริโอ้ ถ้าใครชอบโอริโอ้ ก็ให้แยกส่วนที่เป็นไส้ครีมออกมาก่อน จากนั้นนำไปบดให้ละเอียด
2. เสร็จแล้วนำเนยจืดไปละลาย จากนั้นให้นำมาผสมกับโอริโอ้บดให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปใส่ลงในแม่พิมพ์ กดให้แน่นๆ เลยนะ
3. นำเข้าแช่ช่องแข็งประมาณ 20 – 30 นาที
4. มาเริ่มคาราเมลกันต่อ โดยการนำน้ำตาลทรายขาวไปเคี่ยวจนกลายเป็นคาราเมล จากนั้นก็ให้นำวิปปิ้งครีมเข้าไมโครเวฟไปอุ่น
5. เมื่อน้ำตาลค่อยๆ เดือดจนกลายเป็นสีน้ำตาล จนเกือบจะเป็นคาราเมล ก็ให้ค่อยๆ เทวิปปิ้งครีมอุ่นๆ ลงไปผสม แล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จึงใส่เนยจืดและเกลือหนึ่งหยิบมือลงไป
6. ราดคาราเมลลงบนโอริโอ้พาย นำกล้วยไปหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำก่อน จากนั้นเอาไปวางไว้บนโอริโอ้พาย
7. แต่งหน้าบานอฟฟี่พายด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีจนขึ้นฟู หรือสามารถใช้วิปปิ้งครีมสำเร็จรูปก็ได้ โรยผงโกโก้ด้านบนเพื่อตกแต่ง แล้วพร้อมเสิร์ฟได้เลย

 

4. ช็อกบอล

ช็อกบอล เป็นเมนูที่ง่ายมาก คือไม่ต้องมีเตาอบ ไมโครเวฟ ก็สามารถทำตามกันได้ ใครมีลูกมีหลาน ชวนมาทำได้เลยนะ จะได้มาช่วยกันปั้นเมนูช็อกบอล ปั้นเป็นก้อนกลมๆ น่ารักๆ ทำง่าย อร่อย ได้รสเข้มข้นของช็อกโกแลตด้วย ซึ่งถ้าใครไม่ชอบกินช็อกโกแลต ก็สามารถเปลี่ยนส่วนผสมได้นะ อาจจะทำเป็นช็อกบอลธัญพืชหรือแบบอื่นแทนก็ได้ รับรองว่ามือใหม่แค่ไหน ก็สามารถทำเมนูนี้ได้แน่นอนค่ะ

ส่วนผสม
บัตเตอร์เค้ก 500 กรัม
ผงโกโก้ 100 กรัม
ดาร์กช็อกโกแลต 500 กรัม
นมข้นหวาน
เกล็ดน้ำตาลสำหรับตกแต่ง ตามชอบ

วิธีทำ

1. เริ่มจากการนำดาร์กช็อกโกแลตไปละลายก่อน แล้วหันมานำบัตเตอร์เค้กใส่ลงไปในชามผสม ตามด้วยผงโกโก้ ดาร์กช็อกโกแลตที่ละลายไว้ 2 ช้อนโต๊ะ และนมข้นหวาน ขยำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนกว่าเนื้อจะเนียน
2. ปั้นช็อกบอลเป็นลูกกลมๆ ตามชอบ ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นเสียบลงไปตรงกลาง จากนั้นนำไปจุ่มดาร์กช็อกโกแลตที่ละลายไว้และโรยเกล็ดน้ำตาลสำหรับตกแต่งตามชอบ แล้วนำไปแช่เย็นให้เขาเซ็ตตัว
3. นำช็อกบอลออกจากตู้เย็นและดึงออกจากไม้เสียบ เท่านี้ก็ทานกันได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้วค่ะ

 

5. คัสตาร์ดคาราเมล

เบื่อแป้งๆ แล้ว เรามาทานอะไรที่มันละมุนๆ ลิ้นกันบ้างดีกว่าเนอะ เมนูนี้เลยค่ะเพื่อนๆ คัสตาร์ดคาราเมล เชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้ลองทำทานกันเองนะ จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือทำง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้เตาอบให้ยุ่งยาก แถมเมนูนี้ยังใช้ส่วนผสมน้อยนิดเวอร์และที่สำคัญคือใช้อุปกรณ์แค่ตู้เย็นเท่านั้นพอ

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำตาล 200 กรัม
นมจืด 200 มิลลิกรัม
กลิ่นวานิลลา 2 – 3 หยด

วิธีทำ

1. เริ่มจากการนำน้ำตาลไปเคี่ยวจนกลายเป็นคาราเมล จากนั้นให้เติมน้ำสะอาดลงไป แล้วเคี่ยวต่อจนคาราเมลเริ่มจะเหนียว ให้ปิดไฟ ยกลงจากเตา
2. เทคาราเมลทั้งหมดใส่ถ้วยที่เตรียมเอาไว้ พอคาราเมลหายร้อนและเริ่มอุ่น ก็ให้ยกใส่ตู้เย็น
3. นำนมจืดไปอุ่น นำไข่ น้ำตาลทรายมาตีให้เข้ากัน จากนั้นให้หยดกลิ่นวานิลลาลงไป เพื่อเพิ่มความหอมหวาน
4. นำนมที่อุ่นจนพอร้อนมาเทใส่ในไข่ที่คนส่วนผสมให้เท่ากัน จากนั้นนำส่วนผสมคัสตาร์ดที่ได้มากรอง เนื้อคัสตาร์ดจะได้เนียนๆ
5. เสร็จแล้ว นำคัสตาร์ดไปเทลงในถ้วยคาราเมล แล้วนำไปนึ่งประมาณ 20 – 25 นาที พอนึ่งเสร็จ ทิ้งไว้ให้พออุ่น นำไปแช่ในตู้เย็น พร้อมรับประทานแล้ว

 

6. มาร์ชเมลโล่ป๊อปคอร์น

อยู่บ้านชิวๆ หาป๊อปคอร์นทานเล่นกันดีกว่า แต่! ถ้าเป็นป๊อปคอร์นแบบเดิมๆ รสชาติเดิมๆ ก็น่าเบื่อใช่ป่ะ เพราะงั้นวันนี้เรามี มาร์ชเมลโล่ป๊อปคอร์น มาแนะนำฮะ ความหวานละมุนลิ้นคือยืนหนึ่งไปเลย รับรองว่าอร่อยแน่นอน ความหนึบหนึบของมาร์ชเมลโล่ ที่มาพร้อมกับป๊อปคอร์นเคี้ยวเพลินๆ เป็นเมนูขนมหวานที่ทานแล้ว ตกหลุมรักขั้นสุด ที่สำคัญคือทำง่ายมากๆ ด้วย ไม่ต้องใช้เตาอบใดๆ ก็สามารถทำเมนูนี้ทานได้แล้ว!

ส่วนผสม

ข้าวโพดสำเร็จรูปรสจืดมาร์ชเมลโล่ 250 กรัม
เนยสดรสจืด 75 กรัม
ช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาล 100 กรัม
เกล็ดน้ำตาล 1 – 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ตั้งหม้อละลายเนยกับมาร์ชเมลโล่ คนให้เข้ากัน จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วพักไว้ก่อน รอให้เค้าอุ่นๆ หน่อย
2. นำป๊อปคอร์นสำเร็จรูปรสจืด เทใส่ถ้วยผสมใบใหญ่ แล้วใส่ช็อกโกแลตเอ็มแอนด์เอ็มตามลงไป พร้อมกับเกล็ดน้ำตาล จากนั้นก็คลุกส่วนผสมให้เข้ากันสักเล็กน้อย
3. หลังจากที่มาร์ชเมลโล่เริ่มอุ่น ก็เทใส่ตามลงไปเลย แล้วคลุกให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทลงพิมพ์ได้เลย กดป๊อปคอร์นให้แน่นๆ แล้วพักให้ป๊อปคอร์นเช็ตตัวประมาณ 20 นาที – 1 ชั่วโมง เมื่อป๊อปคอร์นเซ็ตตัวแล้วหั่นให้เป็นชิ้นตามชอบ

 

7. ทีรามิสุ

และเมนูสุดท้ายที่เราหยิบมาแชร์เพื่อนๆ ในวันนี้ก็คือ ทีรามิสุ อีกหนึ่งขนมหวานรสชาติอร่อย หอม หวาน มัน จุดเด่นอยู่ที่รสชาติของกาแฟ ผงโกโก้ ชีสมาสคาร์โปน ไวน์หวานมาซาร่าและบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งสูตรที่เราหยิบมาแชร์ในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้เตาอบนะคะ เพื่อนๆ สามารถทำทานกันเองได้ง่ายๆ แถมรสชาติอร่อยสมใจ ส่วนผสมอาจจะเยอะหน่อย แต่ทำไม่ยากค่ะ จะมีส่วนผสมและวิธีทำยังไงบ้าง เราไปอ่านพร้อมๆ กันเลย

ส่วนผสม

ผงกาแฟเอสเพรสโซหรือผงกาแฟเข้มข้น (1/2 ถ้วยตวง) 120 มิลลิลิตร
ไวน์มาซาร่า (Marsala) 2 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 50 กรัม
ไข่แดง 3 ฟอง
วิปครีมชนิดข้น หรือวิปครีม daily cream 250 กรัม
ชีสมาสคาร์โปน 225 กรัม
บิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ 18 – 20 ชิ้น
ผงโกโก้ 30 กรัม (สำหรับโรยหน้า)

วิธีทำ

1. ใช้กาแฟผงทั่วๆ ไป ชงให้มีความเข้มข้น แล้วพักให้เย็นลง จากนั้นผสมกาแฟ ไวน์มาซาร่า วานิลลาและน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
2. ทำตัวมูส โดยเริ่มจากการนำไข่แดง ไวน์มาซาร่าและน้ำตาลทราย ใส่ในชามผสมที่สามารถทนความร้อนได้
3. ตั้งไฟหม้อต้ม โดยใส่น้ำไม่ให้ระดับน้ำสัมผัสกับชาม นำชามผสมในข้อ 3 ไปตั้งบนหม้อ ใช้ตะกร้อมือหรือเครื่องตีแบบมือถือตีส่วนประกอบจนส่วนผสมมีลักษณะอุ่นๆ เสร็จแล้วนำชามออกจากเตา แล้วตีต่อให้มีปริมาณฟูขึ้นประมาณ 1 เท่า
4. พักให้เย็นตัวลงเล็กน้อย ประมาณ 5 นาที ใส่ชีสมาสคาโปนตามลงไป ค่อยๆ ตีอย่างเบามือให้เข้ากัน พักไว้ก่อน แล้วมาตีครีมให้ขึ้นฟู เสร็จแล้วตักใส่ลงไปตีให้เข้ากับส่วนประกอบชีสมาสคาโปน
5. เตรียมภาชนะแก้วขนาด 1.4 ลิตร นำบิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ชุบในกาแฟอย่างรวดเร็ว แล้วจัดเรียงลงบนฐานของพิมพ์
6. แบ่งส่วนผสมของมูสออกเป็น 3 ส่วน ตักส่วนประกอบของมูสส่วนหนึ่งลงด้านบนของบิสกิต ปาดให้พอเรียบ แล้วโรยผงโกโก้ให้ทั่วตัวบิสกิต จากนั้นทำขั้นตอนนี้อีกครั้ง เพื่อทำชั้นที่สอง
7. เสร็จแล้วคลุมด้วยพลาสติกและนำทีรามิสุไปแช่เย็นให้เย็นอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือข้ามวัน การพักในตู้เย็นจะทำให้ตัวมูสมีเนื้อสัมผัสที่แน่นขึ้นและบิสกิตนุ่มลง
8. ก่อนเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผงโกโก้อีกครั้ง (ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 20 นาทีก่อนเสิร์ฟ ) เท่านี้ก็ตัดทานได้แล้วค่ะ