ออกกำลังกายยังไงไม่ให้เลิกกลางคัน คำแนะนำจากเหล่าเทรนเนอร์

บทความ

เราต่างรู้กันว่ากายออกกำลังกายดีต่อร่างกายและจิตใจ แต่ก็มีคนอยู่ไม่มากที่ออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง แม้ยิมต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นจะยังไม่ได้กลับมาเปิดบริการตามปกติเพราะเหตุการณ์โควิด-19 แต่เครื่องเล่นแทรมโพลีนได้กลายเป็นสินค้าขายดีในช่วงนี้ นั่นเป็นเพราะคนญี่ปุ่นจำนวนมากมีความต้องการที่จะออกกำลังกายที่บ้านนั่นเอง

แต่ในสภาวะแบบนี้ การพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่ช่างท้าทาย เพื่อที่จะไม่ล้มเลิกอะไรง่ายๆ ให้ต้องรู้สึกผิด เราลองมาดูเทคนิคดีๆ จากเทรนเนอร์และเจ้าของยิมต่างๆ ในญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรับใช้ในการผลักดันให้ตัวเองได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอกันดีกว่า

ลงทุนกับมัน
“Work-Life Balance นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับลูกค้าของผม” คุณ Sam Law เทรนเนอร์และผู้ก่อตั้ง Tokyo Bootcamp กล่าว

“คุณต้องยกระดับการออกกำลังกายให้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแบบที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เช่น ครอบครัวและเพื่อน การงานและการออกกำลังกาย แบบนี้ครับ”

“ทุกๆ การฝึกฝนต้องอาศัยความทุ่มเท” ข้อคิดเห็นจากคุณ Lindsey Sawada เจ้าของ Setagaya Yoga Studio  “การเข้าคลาสทุกๆ สัปดาห์ช่วยทำให้คุณมีกิจวัตรประจำวันใหม่ๆ เมื่อคุณคุ้นชินกับมันแล้ว คุณก็สามารถฝึกฝนจากที่บ้านได้หากคุณต้องการ”

หากิจกรรมที่ใช่สำหรับคุณ
การออกกำลังกายเป็นการดูแลตัวเองระยะยาว ไม่ใช่เรื่องที่ทำในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นจงเลือกกิจกรรมที่เราไม่รู้สึกว่าต้องฝืน

“สลับๆกันไปก็ได้นะครับ” คุณ Law แนะนำ “โดยอาจจะเลือกกิจกรรมที่คุณชอบ เช่น ปั่นจักรยาน, ตีเทนนิส, เล่นเซิร์ฟ, เต้นรำ หรือการวิ่ง และไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายแบบที่เราไม่ชอบ (เช่นการวิ่งบนลู่วิ่ง)”

Advertisements

คุณ Sawada เองก็เห็นด้วย

“ออกกำลังกายแบบไหนก็ได้ที่เรารู้สึกดี ไม่จำเป็นต้องพยายามฝืนกับรูปแบบของการออกกำลังกายที่รู้สึกไม่เหมาะกับตัวเราค่ะ”

หาแรงบันดาลใจ
คุณ Law ให้คำแนะนำว่าเราควรมีบัดดี้ไม่ว่าจะเป็นในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์

“ฝึกซ้อมกับเพื่อน หายิมใกล้ๆ บ้านหรือที่ทำงาน ทำตามโปรแกรมออกกำลังกายบน Youtube หรือโหลดแอปพลิเคชันและฝึกฝนตาม หรือไม่ก็ซื้อหนังสือออกกำลังกายของโค้ชคนโปรด ทำตามตารางอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้ช่วยได้ครับ”

ส่วนคุณ Sawada แนะนำว่า แรงบันดาลใจหาได้ง่ายๆ เพียงแค่ “พาตัวเองมาเข้าคลาส”

“คนเรามักจะมีข้อแก้ตัวเสมอเวลาไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่ถ้าเราอยากได้อะไรจริงๆ เราก็ต้องเสียสละและให้เวลากับมัน เมื่อการออกกำลังกายเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันแล้ว เราจะมีความสุขยามต้องออกแรง แล้วความหน่ายเหนื่อยจะหายไปเองค่ะ”

ปลอดภัยไว้ก่อน
ถึงอยากจะออกกำลังกายมากแค่ไหน สภาพอากาศในหน้าร้อนก็ดูจะไม่ค่อยเป็นใจ

“หากวันไหนอากาศร้อนมากๆ ก็ไม่ควรเสี่ยงค่ะ เราต้องไม่ฝืนจนเกินไป” คุณ Sawada เตือน

“สิ่งสำคัญที่สุดคือร่างกายต้องไม่ขาดน้ำ”

คุณ Diana Tsuruda และ คุณ Mitch Kondo จาก FlexHIIT Tokyo ได้ให้คำแนะนำว่าให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อลดการสูญเสียน้ำในอากาศร้อนจัด

“บางคนเลือกที่จะออกกำลังกายช่วงหัวค่ำหรือช่วงเช้าแทน เพราะอากาศจะเย็นสบายกว่ามาก เราต้องฟังเสียงของร่างกายเราด้วยค่ะ”

“ร่างกายต้องไม่ขาดน้ำตลอดวัน ไม่ใช่เฉพาะตอนที่ฝึกซ้อม และหากคุณซ้อมอย่างหนัก ให้แน่ใจว่ามีช่วงเวลาพักเบรกอย่างเพียงพอ การลดช่วงเวลาของการซ้อมให้น้อยลงจะช่วยลดความเครียดของร่างกายที่เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนได้” คุณ Law กล่าว

“สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมาใช้บริการที่ยิมและล้างมือด้วยเจลล้างมือบ่อยๆ แต่ถ้ารู้สึกร้อนที่ต้องสวมหน้ากากในยิมและออกกำลังกายไปด้วย การออกกำลังกายที่บ้านก็เป็นอีกทางเลือกค่ะ” คุณ Tsuruda และคุณ Kondo แนะนำ

ใจดีกับตัวเอง
ค่อยเป็นค่อยไป แต่สม่ำเสมอ หากวันไหนทำไม่ได้ตามเป้าหรือไม่ได้เข้าคลาสก็ให้เริ่มใหม่อีกครั้ง การพูดให้กำลังใจตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราเอาชนะอุปสรรคและบรรลุเป้าหมายได้