“เชื้ออะมีบา” ในอาหาร อันตรายแค่ไหน? หลีกเลี่ยงได้อย่างไร?

จากข่าวดังที่มีสองสามีภรรยาชาวออสเตรเลียเดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทยเมื่อปี 2560 และล้มป่วยเป็นเวลากว่า 2 ปี โดยพวกเขาได้อ้างว่าได้รับปรสิตจากการกินผัดไทย เพื่อนๆคงสงสัยกันใช่มั้ยค่ะ เราไปดูรายละเอียดพร้อมๆกันเลยค่ะ 

เชื้อปรสิตในอาหาร คืออะไร?
จริงๆ แล้วเราสามารถพบเชื้อโรคในอาหารได้หลายชนิด ในกรณีนี้เป็นเชื้อปรสิตที่เป็น “เชื้ออะมีบา” ที่มีชื่อว่า Dientamoeba fragilis ที่เรียกว่าเป็นปรสิตเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งธรรมชาติตามปกติ เช่น แม่น้ำลำคลอง สัตว์ทะเล ผักต่างๆ รวมไปถึงของที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างเส้นก๋วยเตี๋ยว ภาชนะที่บรรจุ น้ำที่ใช้ในการปรุงอาหาร ฯลฯ ก็อาจเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของเชื้ออะมีบาเหล่านี้ได้เช่นกัน

เชื้อปรสิตในอาหาร อันตรายแค่ไหน?
การติดเชื้อจากอาหารเป็นไปได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าพบเชื้อนั้นได้จากที่ไหน อาจจะพบเชื้อตั้งแต่ในวัตถุดิบ หรืออาจเกิดขึ้นระหว่างการปรุง อาจเป็นเชื้อที่อยู่ในภาชนะใส่อาหาร อุปกรณ์ทำอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย

อาการที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา จะหนักหรือเบา ก็ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานโรคในร่างกายของเราด้วยว่าสามารถต่อสู้ และตอบสนองต่อการทำงานของเชื้อเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน

โรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากอะมีบามีมากมาย ขึ้นอยู่กับชนิดของอะมีบาที่พบ แต่สำหรับเชื้อ Dientamoeba fragilis อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น

  1. ปวดท้อง
  2. ท้องเสีย
  3. ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะผิดปกติ
  4. อาเจียน
  5. ไม่อยากอาหาร

วิธีรักษาอาการติดเชื้อปรสิตในอาหาร
ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น หากมีอาการท้องเสีย สามารถดื่มน้ำเกลือแร่ ORS เพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปจากร่างกาย ปวดท้อง คลื่นไส้ก็รับยารักษาไปตามอาการของแต่ละคน เนื่องจากร่างกายของคนเราสามารถมีระบบทำลายเชื้ออะมีบาเหล่านี้ในระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว หากร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่แย่มาก หรือเชื้อมีความแข็งแรงมากจริงๆ

วิธีหลีกเลี่ยงอาหารเสี่ยงเชื้อปรสิต
เลือกรับประทานอาหารจากร้านอาหารที่มีความสะอาด ถูกหลักอนามัย สังเกตความสะอาดทั้งจากวัตถุดิบ อุปกรณ์ในการทำอาหาร ภาชนะใส่จาน โต๊ะ เก้าอี้ สภาพแวดล้อมภายในร้าน และสถานที่ตั้งของร้าน

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย ในที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่ทราบว่าทำมาจากอะไร ที่ไหน
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
  • รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้ภูมิต้านทานโรคทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา
  • หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหาร 3-6 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์
    ขอขอบคุณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุคเพจ สาระสุขภาพยาน่ารู้โดยเภสัชกรอุทัย